แก็ดเจ็ต

รีวิว Roborock S6 MaxV หุ่นยนต์สุดยอด AI ตัวท๊อป ดูด กวาด ถู ครบจบในตัว

Editor's Rating

9.5
Roborock S6 MaxV หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอันดับ 1 ที่ดีที่สุดในโลก ราคาและความคุ้มค่านั้นยกให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามในเวลานี้ ตัวเครื่องออกแบบสวยงาม เทคโนโลยีที่ใส่มาเยอะมากๆ เช่น เลเซอร์ LDS, และระบบ AI ที่ชาญฉลาดที่เป็นลิขสิทธิ์ของ Roborock เองนั้นวิเคราะห์สิ่งกีดขวางได้อย่างแม่นยำ ตัวเครื่องสามารถหลบหลีกได้อย่างปลอดภัย การรับประกันศูนย์ในประเทศไทยถึง 2 ปีเต็มจาก Roborock Thailand
การออกแบบตัวเครื่อง 9.0
ความง่ายในการใช้งาน 9.5
ความสะอาดหลังการใช้งาน 9.0
แอพพลิเคชั่น 10.0
ศูนย์บริการและการรับประกัน 10.0

ในปัจจุบันเทคโนโลยีมีบทบาทให้การใช้ชีวิตประจำวันง่ายมากขึ้นทุกวัน หุ่นยนต์ทำความสะอาดก็เริ่มเป็นที่นิยมขึ้นทุกๆ วัน เพราะการมาของ AI ทำให้การพัฒนาของวงการหุ่นยนต์ทำความสะอาดก้าวกระโดดและฉลาดมากยิ่งขึ้น Roborock S6 MaxV ก็เป็นอีกหนึ่งหุ่นยนต์ที่สามารถ ดูดฝุ่น กวาด และถูพื้นในตัวเดียว ด้วยแรงดูด 2500pa ทำให้การทำความสะอาดฝุ่นหรอละอองเล็กๆ เป็นไปได้อย่างเรียบร้อย และเทคโนโลยีการสร้างแผนทีห้องด้วยเลเซอร์ LiDAR ทำให้สามารถสร้างแผนที่ได้หลายห้องสามารถแบ่งโซนทำความสะอาดได้ภายหลัง และนอกจากนี้ตัวเครื่องสามารถลำดับห้องการดูดได้อีก

แกะกล่อง

Roborock S6 MaxV กล่องด้านหน้าแสดงรูปตัวเครื่องและจุดเด่นของตัวเครื่องต่างๆ รวมไปถึงชื่อรุ่น

ด้านในกล่องจะมีสายชาร์จ คู่มือการใช้งาน คู่มือการใช้แอพพลิเคชั่น ฟิลเตอร์สำรอง แผ่นรองกันชื้น และผ้าม๊อปทำความสะอาด

เมื่อเปิดออกมาอีกชั้นจะพบกับตัวเครื่องและแท่นชาร์จบรรจุภายในลังอัดกันกระแทกอย่างดี

 

การออกแบบภายนอก

Roborock S6 MaxV ออกแบบโดยใช้สีดำพ่นมุกมีความเรียบหรูเข้ากับสไตล์การตกแต่งของบ้านได้อย่างหลากหลาย

ด้านบนตัวเครื่องมีเซ็นเซอร์เลเซอร์ LiDAR และมีปุ่ม 3 ปุ่ม คือปุ่มทำความสะอาด / เปิด-ปิด / ปุ่มกลับสู่แท่นชาร์จ และเมื่อกดปุ่มสามปุ่มนี้ค้างไว้ยังสามารถปลดล็อกฟังก์ชั่นวิดีโอแบบเรียลไทม์ของ Roborock S6 MaxV เพื่อให้ผู้ใช้สามารถดูวิดีโอแบบเรียลไทม์ได้ผ่านแอป ก่อนการใช้งานสามารถโหลดแอพโดยแสกน QR บนตัวเครื่องก่อน

Roborock S6 MaxV ใช้การออกแบบกล่องเก็บฝุ่นแบบโปร่งใสเพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถดูขยะที่เครื่องเก็บรวบรวมได้ดีขึ้น การเปิดกล่องเก็บฝุ่นเพียงแค่ยกฝาตัวเครื่องขึ้นง่ายๆ นอกจากนี้ใต้ฝาปิดยังมีไฟแสดงสถานะ WiFi และไฟแสดงสถานะการรีเซ็ตด้วย และยังมีชุดแปรงทำความสะอาดฟิลเตอร์กรองฝุ่นมาให้ด้วย

กล่องเก็บฝุ่นสามารถเก็บได้สูงสุดที่ 460 มล. การเปิดไม่ยากเพียงกดตัวล๊อกด้านเล็กน้อยและยกขึ้น ในขณะเดียวกันกล่องเก็บฝุ่นยังมีฟิลเตอร์อีกชั้นเพื่อให้ขยะที่ดูดออกมานั้นไม่ฟุ้งออกไปจากตัวเครื่อง โดยแผ่นกรองสามารถล้างทำความสะอาดและนำกลับมาใช้งานได้ใหม่เมื่อตากแห้งแล้ว

  มาดูที่ด้านล่างตัวเครื่อง Roborock S6 MaxV กันบ้างครับ ในส่วนของด้านล่าง ตัวเครื่องจะมีล้อ 3 ล้อแบ่งเป็นล้อยาง 2 ล้อและล้อปรับทิศทาง 1 ล้อ ในส่วนของล้อยาง 2 ล้อมีความสามารถในการข้ามสิ่งกีดขวางที่สูงประมาณ 2 ซม.ได้ไม่มีปัญหา และล้อปรับทิศทางสามารถที่จะหมุนเพื่อบังคับเลี้ยวได้ 360 องศา ด้านข้างของล้อปรับทิศทางจะเป็นขั่วสัมผัสกับแท่นชาร์จ และ Roborock S6 MaxV ยังติดตั้งเซ็นเซอร์ไว้รอบตัว ถึง 6 จุด สำหรับ Roborock S6 MaxV นั้นจะมีแปลงกวาดด้านซ้าย 1 ตัวเพื่อที่จะกวาดขยะตามมุมห้องเข้าตัวเครื่อง และ แปรงยางสำหรับกวาดเข้าช่องเก็บขยะ 1 ชุด

สำหรับแปรงยางตัวกวาดฝุ่นเข้าตัวเครื่องตัวนี้สามารถถอดทำความสะอาดล้างน้ำได้เลยครับ เพียงแค่บีบตามลูกศรเข้าหากันก็จะสามารถถอดออกมาได้อย่างง่ายๆ ดังภาพ

มุมด้านซ้ายของตัวเครื่องจะเป็นแปรงเดียวซึ่งสามารถทำความสะอาดมุมห้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ สถาณการณ์จริงคือสามารถกวาดเส้นผมที่กระจัดกระจายให้ม้วนเข้ามาตัวเครื่องได้อย่างง่ายๆ

ด้านหน้าของ Roborock S6 MaxV มีกล้อง 2 ตัวเป็นกล้องมุมกว้าง 120° ใช้ระบบ PreciSense LiDAR ลิขสิทธ์เฉพาะของ Roborock  ในการทำทางแม้ในที่มืดก็สามารถทำงานได้โดยไม่มีปัญหาเพราะตัวกล้องรองมีอินฟราเรดในตัว ส่วน AI ของตัวเครื่องนั้นประมวลผลด้วยชิป Qualcomm แบบ 8 คอร์ ทำให้สามารถระบุสิ่งกีดขวางในบ้านได้อย่างแม่นยำ เช่น รองเท้า เครื่องชั่งน้ำหนัก เป็นต้น หลังจากใช้งานจริงไประยะพบว่าฟังก์ชั่นนี้ดีมากจริงๆ เพราะตัวเครื่องสามารถจดจำและบอกรายละเอียดในการสร้างแผ่นที่ในการทำงานครั้งต่อไปได้อย่างชาญฉลาด

ด้านหลังตัวเครื่องจะเป็นถังเก็บน้ำประมาณ 297 มล. ซึ่งออกแบบให้ถอดออกมาเติมน้ำและมีซีลปิดจุกไว้ทำให้น้ำไม่ย้อนออกมาจากตัวเครื่องทำให้ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดจากเครื่องได้ ไม่แนะนำให้ใส่น้ำยาถูพื้นเนื่องจากพวกน้ำยาอาจจะทำให้เกิดการอุดตันของท่อดูดได้

การติดตั้งตัวผ้าม็อบสำหรับทำความสะอาดก็ติดตั้งได้ไม่ยาก แค่ถอดแท๊งค์บรรจุน้ำออกมาจากตัวเครื่องและดันตัวผ้าม๊อบเข้าสลักด้านหลังเพียงเท่านั้น

มาต่อกันในส่วนของสเตชั่นชาร์จ ออกแบบด้วยสีดำด้านด้านบนมีไฟสถานะ 1 ตำแหน่ง ด้านข้างจะเป็นตำแหน่งสำหรับเสียบสายไฟ ด้านล่างของตัวสเตชั่นชาร์จจะมีรายละเอียดของกำลังไฟ และแผ่นยางรองกันลื่นและสติกเกอร์กาวไว้สำหรับติดตั้งกับแผ่นป้องกันความชื้นที่แถมมาในกล่อง

***กรณีปิดปลั๊กหรอไม่ได้เสียบสายไฟของสเตชั่นชาร์จไว เมื่อหุ่นยนต์ทำงานเสร็จ ตัวเครื่องอาจจะไม่สามารถกลับมาสเตชั่นชาร์จได้

แอปพลิเคชั่น

แอปพลิเคชั่น Roborock ที่ใช้ในการเชื่อมต่อและควบคุม Roborock S6 MaxV เราสามารถที่จะใช้ได้อย่างมั่นใจเพราะได้รับการรับรองความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของ Rheinland จากประเทศเยอรมันแล้ว การรับรองนี้เป็นไปตามมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลแห่งชาติและ EU GDPR ซึ่งสามารถดาว์นโหลดได้ทั้ง Android และ iOS ตามลิงค์ด้านล่าง

PlayStore : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.roborock.smart&hl=th

iOS  : https://apps.apple.com/us/app/roborock/id1462875428

หลังจากทำการเชื่อมต่อตัวเครื่องกับตัวแอพแล้ว (เชื่อมต่อผ่าน WIFI 2.4GHz)  ตัวแอพพลิเคชั่นหน้าจอไม่ซับซ้อนมาก แบ่งส่วนการแสดงดังนี้

  • ด้านบน แสดงพื้นที่การทำงาน / แบตเตอรี่ / ระยะเวลาการทำงาน
  • มุมขวาบน จะเป็นส่วนของการเปิดกล้องแบบเรียลไทม์
  • ด้านล่าง จะเป็นพื้นที่สำหรับการเริ่มงานทำความสะอาด / กลับแท่นชาร์จ / การปรับความแรง หรือระดับน้ำ รวมไปถึงการจัดการแผนที่

การตั้งค่าโหมดการดูดสามารถปรับแรงดูดได้  4  ระดับคือ เงียบ / สมดุล/ เทอร์โบ / สูงสุด และในส่วนการตั้งค่าการปล่อยน้ำในแท๊งน้ำ ก็สามารถปรับได้ 4 ระดับเช่นกันคือ ไม่ใช้น้ำ / น้อย / กลาง /สูงสุด

 

การเปิดกล้องดูการทำความสะอาดแบบเรียลไทม์ สามารถเปิดใช้งานด้วยการกดปุ่มบนตัวเครื่องพร้อมกัน 3 ปุ่มค้างไว้ 3 วินาที  ฟังค์ชั่นนี้ถือว่าเป็นจุดเด่นของ Roborock S6 MaxV ทำให้เราสามารถดูการทำงานของเครื่องได้ตลอดเวลา จากการใช้งานมาระยะนึงถือว่าจุดนี้เป็นข้อดีเลยเพราะจะได้ตรวจเช็คจุดที่ไม่สะอาดได้และสั่งทำความสะอาดซ้ำอีกรอบนึงเฉพาะจุดได้

การใช้งานครั้งแรกควรจะเลือกการทำงานเป็น “ทั้งหมด” ก่อนเพื่อให้เครื่องใช้เลเซอร์ LDS ทำงานสร้างแผนที่ห้องไว้สำหรับทำงานครั้งต่อไป ซึ่งเมื่อเครื่องสร้างแผนที่ได้แล้ว เราสามารถแบ่งโซนในการทำความสะอาดครั้งต่อไปได้ง่ายมากๆ

AI อัจฉริยะของตัวเครื่องสามารถตรวจจับสิ่งกีดขวางต่างๆ ได้แม่นยำมาก เมื่อพบสิ่งกีดขวางแอพจะแสดงไอคอนพร้อมภาพถ่ายจากกล้องที่ติดตั้งในตัวเครื่องมา จากการใช้งานพบว่าการวิเคราะห์สิ่งกีดขวางของตัวเครื่องแม่นยำ 90% ครับ เนื่องด้วยเจ้าของกระทู้ไม่ได้เลี้ยงสัตว์หรือมีเด็กจึงไม่สามารถยืนยันได้ 100%

เมื่อตัวเครื่องทำงานเสร็จตัวเครื่องจะกลับเข้าไปสู่สเตชั่นชาร์จอัตโนมัติ และด้านแอปพลิเคชั่นจะสรุปรายละเอียดของการทำงานทั้งหมด รวมถึงแสดงแผนที่สมบูรณ์ที่ได้จากการทำความสะอาดหมดทั้งห้อง

ตามที่ได้กล่าวก่อนหน้านี้เมื่อตัวเครื่องสร้างแผนที่ขึ้นมาแล้ว เราสามารถที่จะเลือกให้ตัวเครื่องทำงานเฉพาะจุดได้แล้วครับ ด้วยการเลือกโหมด โซน และเลือกโซนที่ต้องการทำความสะอาดโดยปรับย่อ/ขยาย ได้จากแอพเลยครับ

และนอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าโซนได้แบบละเอียดเช่นโซนห้ามถู โซนห้ามเข้า ซึ่งอันนี้เป็นฟีเจอร์ที่ชอบมากเพราะพื้นที่เป็นพรมนั้นไม่ควรเปียกน้ำ ก็จะสามารถตั้งไม่ให้เครื่องถูได้ครับ โดยสัญลักษณ์ต่างๆ เช่นภาพด้านล่างครับ แต่โซนที่จะตั้งต้องมีระยะห่างกับตัวเครื่องนะครับ

และอีกหนึ่งฟีเจอร์ในแอพที่ชอบเป็นพิเศษคือเราสามารถควบคุมตัวเครื่องได้เองครับ ซึ่งจะให้เลี้ยวซ้ายขวาก็สามารถควบคุมได้อย่างอิสระ ทำการดูดเฉพาะจุดซ้ำๆได้

ในส่วนของการบำรุงรักษาตัวเครื่อง สามารถเช็คข้อมูลได้จากแอพพลิเคชั่น เมื่ออุปกรณ์สิ้นอายุการใช้งานก็ติดต่อศูนย์เพื่อสั่งซื้อมาเปลี่ยนได้

คำแนะนำเกี่ยวกับการทำความสะอาดตัวเครื่องเพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น

  • สเตชั่นชาร์จ ควรทำความสะอาดทุกเดือน
  • แปรงกวาด ควรทำความสะอาดทุกเดือน
  • ถังเก็บน้ำ ควรทำความสะอาดหลังใช้งาน
  • ผ้าม๊อบ ควรทำความสะอาดหลังใช้งาน
  • ฟิลเตอร์ ควรทำความสะอาดทุก 2 สัปดาห์
  • ถังเก็บฝุ่น ควรทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งหรือระบบแจ้งเตือน

 

การตั้งค่าต่างๆ ในแอพก็ไม่ยากมาเกินไปครับ จุดเด่นที่สุดคือเสียงแจ้งเตือนตัวเครื่องเป็นภาษาไทย ทำให้การสื่อสารหรือข้อผิดพลาดของตัวเครื่องเข้าใจได้และแก้ไขได้ง่าย

 

 

การใช้งาน

จากการทดสอบตัวเซ็นเซอร์ของตัวเครื่องทำงานได้ดีเยี่ยม ด้วยการทดสอบวางบนโต๊ะกลมและเปิดเครื่อง เซ็นเซอร์ 6 ตัวด้านล่างจับระยะความต่างระดับดีมากๆ  ไม่ต้องกังวลไปหากนำไปใช้ในกรณีบ้าน 2 ชั้น มั่นใจได้เลยครับว่าจะไม่ตกจากชั้น 2 แน่นอนครับ

และนี่คือประโยชน์ของกล้องด้านหน้าและ AI ที่เป็นลิขสิทธิ์ของ Roborock เองนั้น ทำให้ตัวหุ่นยนต์นั้นเข้าทำความสะอาดได้ทุกซอกทุกมุม และยังทำให้ตัวเครื่องไม่ชนกับสิ่งกีดขวางอีก สามารถปล่อยให้ตัวเครื่องทำความสะอาดได้อย่างมั่นใจ

การทดสอบการใช้งาน Roborock S6 MaxV บนพรมพบว่าตัวเครื่องทำงานบนแรงดูดเต็มกำลัง และอยากแนะนำว่าการทำความสะอาดบนพรมนั้นไม่ต้องใส่ม๊อบทำความสะอาดครับ เพราะอาจจะทำให้เครื่องเดินหน้าหรือหมุนได้ช้าลงเพราะต้องใช้พลังในการทำงานเยอะกว่าเดิม

สำหรับพื้นที่มีความแตกต่างระดับกันตัวเครื่องสามารถยกกระโดดตัวเองได้สูงสุด 2 ซม. และการทำงานพื้นผิวที่ไม่เหมือนกันเช่นนี้  AI ของตัวเครื่องนั้นสามารถตรวจจับได้และปรับกำลังของแรงดูดของเครื่องให้อัตโนมัติครับ

ทดสอบการทำความสะอาดด้วยม๊อบถูพื้นด้วยการโรยแป้งเพื่อให้เครื่องดูดผงแป้งและทำความสะอาดด้วยม๊อบถูพื้นผลที่ได้ค่อนข้างสะอาดเลยทีเดียว ถือว่าตัวนี้สามารถตอบโจทย์ได้ดีหากเป็นสิ่งสกปรกบนพื้นเช่นคราบซอสหรอสิ่งสกปรกที่ทำความสะอาดได้ง่ายๆ

ทดสอบการฉีกกระดาษทิชชู่และโฟมกันกระแทกที่ชิ้นค่อนข้างใหญ่ ก็สามารถเก็บกวาดได้อย่างสะอาดไม่เป็นปัญหากับเจ้า Roborock S6 MaxV แต่อย่างใด ขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อยกวาดเรียบ

และด้วยแรงดูด 2500PA การทำความสะอาดบนพรมไม่ใช่เรื่องยาก จากที่ได้ใช้งานตัวเครื่องมานั้นเครื่องสามารถดูดสิ่งสกปรกขนาดเล็กบนพรมออกมาละเอียดมากๆ ทั่วถึงทุกพื้นที่ในห้องแต่การทำงานจะใช้พลังงานเยอะนิดนึงครับ

 

สรุป

หลังจากได้ใช้งาน Roborock S6 MaxV มาซักระยะหนึ่ง ตัวนี้ราคาและความคุ้มค่านั้นยกให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามในเวลานี้ การรับประกันศูนย์ในประเทศไทยถึง 2 ปีเต็ม ตัวเครื่องที่ออกแบบมาสวยงาม เทคโนโลยีที่ใส่มา เช่น เลเซอร์ LDS, ระบบ AI ที่ชาญฉลาดสามารถหลบหลีกทั้งเด็กหรือสัตว์เลี้ยงและสิ่งของภายในบ้านได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้หากสนใจสามารถสั่งซื้อผ่าน Official Store ผ่านช่องทาง Shopee, Lazada และ JDCentral สินค้ารับประกัน 2 ปี

Shopee : https://bit.ly/2U6UrSU

Lazada  : https://bit.ly/3ljv10k

JDCentral : https://bit.ly/3kdEFQR

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ Roborock Thailand แบรนด์ผู้ผลิตหุ่นยนต์ดูดฝุ่นและเครื่องดูดฝุ่นที่ดีที่สุดในโลก ที่สนับสนุนตัวเครื่องในการรีวิวครั้งนี้